เรื่องดีๆ ที่อยากแบ่งบัน
 
วิธีที่ "ควร" และ "ไม่ควร" ในการนำเสนอตนเองที่คนระดับโลกแนะนำ

เท่าที่รู้ ไม่มีใครชอบให้คนอื่นมาฝากร้านในพื้นที่ของตน
ไม่เช่นนั้นเราคงไม่เห็นคำว่า " งดฝากร้านนะครับ/คะ " บน IG ของเหล่าคนดังทั้งหลายในแทบทุกภาพที่เขาโพสต์

หากจะถามว่าคนอื่นเขารู้สึกยังไงเวลาถูกใครก็ไม่รู้มาฉวยโอกาสฝากร้านในโพสต์ต่าง ๆ ของเขา
แต่ละคนก็คงจะคิดเห็นแตกต่างกันไป
บ้างก็ไม่อยากใส่ใจ บ้างก็รำคาญ บ้างก็เฉย ๆ
แต่ยิ่งเฉยเหมือนยิ่งให้ท้ายนักฝากร้านอย่างไรไม่ทราบ

ความจริงแล้วป๊อปไม่เคยคิดต่อว่าใครที่มาฝากร้านมาก่อน เวลาเจอก็ลบออก
แต่พอดีวันนี้ (12/3/60) นึกเพลิน ๆ เลยอยากแนะนำอะไรเขาสักหน่อย
จึงแคปเจอร์หน้าจอตรงข้อความที่เขามาเมาท์บนโพสต์ของป๊อป และส่งไปแจ้งเขาทาง Inbox ดังรูป 

 fffff.jpg (259 KB)

(ไม่โหดไปหรอกเนอะ 555    )

เพราะเชื่อว่าเขาอาจไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาควรให้เกียรติพื้นที่ของผู้อื่นมากกว่านี้


อันที่จริงเมื่อหลายปีก่อนป๊อปเคยทำคล้าย ๆ การฝากร้านเหมือนกัน
เพราะความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และด้วยความหวังดีอยากจะเอาสิ่งดี ๆ ไปมอบให้
ประมาณว่าอยากบอกบุญ  อยากชวนคนมาศึกษาธรรมะ อะไรทำนองนี้
แต่วันนึงก็คิดขึ้นมาได้ว่า วิธีแนะนำสิ่งดี ๆ บนพื้นที่ของคนอื่นด้วยวิธี " คัดลอก(Copy) " ข้อความแล้ว " วาง(Paste) "
มันคงจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และดูเหมือนไม่แคร์ว่าผู้รับหรือเจ้าของพื้นที่เขาจะต้องการไหม
หรือเขาจะรู้สึกอย่างไรกับการแนะนำสิ่งที่เขาไม่ได้ต้องการจากคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนหรือแทบไม่เคยคุยกันเลย


แบลร์ ซิงเกอร์ (Blair Singer) เทรนเนอร์ระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและการสร้างธุรกิจ
 สอนไว้เสมอว่า
 about-blair.jpg (30 KB)
ก่อนจะขายอะไรใครให้สร้างความคุ้นเคยกับผู้มุ่งหวังก่อน 
เพื่อจะได้สำรวจดูว่าเขาคือกลุ่มเป้าหมายที่เราควรนำเสนอสินค้าหรือบริการของเราหรือไม่
และหากใช่ เราควรใช้วิธีใดในการนำเสนอ

จะสังเกตได้ว่า คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงไม่เคยใช้วิธีฝากร้านเลย
หรือหากเคยใช้เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ทันทีที่เขารู้ว่ามันส่งผลกระทบในเชิงลบต่อชื่อเสียงของธุรกิจเขาขนาดไหน เขาก็เลิกทำในทุกวิธีที่ผิดทั้งหมด

ลองคิดดูนะคะ หากคุณเคยมีความรู้สึกเชิงลบต่อแบรนด์ไหน ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด
ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะจำชื่อแบรนด์นั้นเพื่อที่คุณจะได้ไม่ไปซื้อสินค้าภายใต้แบรนด์นั้นอีกเลย
เผลอ ๆ จะบอกเพื่อน ๆ ด้วยว่า คุณเจออะไรมาถึงไม่อยากซื้อสินค้าของแบรนด์นั้นอีก

กระแสการบอกต่อของลูกค้าหรืออดีตลูกค้า (อาจจะรวมถึงเครือข่ายของอดีตลูกค้าด้วย)
สามารถส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้มากกว่าคำพูดของเจ้าของแบรนด์เสียอีก
หากเขากล่าวถึงในแง่ดีก็ดีไป แต่หากเขากล่าวถึงในแง่ลบ การกู้ชื่อเสียงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย
และอาจเลวร้ายถึงขนาดที่ต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์เพื่อให้กลับมาขายได้กันเลยทีเดียว!
 c4.jpg (56 KB)


เอาล่ะค่ะ ไม่อยากแพ่มยาว แนะนำให้ลองหาอ่านวิธีการขายที่สำเร็จได้ง่ายกว่าและดีกว่า
ได้จากหนังสือ " พันธุ์นักขาย " หรือ " Sales Dogs " ของแบลร์ ซิงเกอร์ กันดูนะคะ
 ggggg.PNG (527 KB)

หรือลองเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เขียนก่อนได้ที่ BlairSinger.com และ SalesDogs.com นะคะ

ขอให้โชคดีค่ะ 



เปิดอ่านแล้ว : 136

<< Back