เรื่องดีๆ ที่อยากแบ่งบัน
 
มาร์ตี้ แบรอน อีกหนึ่งบุคคลระดับโลก ยอดมนุษย์แห่งวงการข่าว (อยากเก่งภาษาต้องอ่านให้จบนะจ๊ะ ^_^ )

เพราะแรงจูงใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเรียนภาษาให้เก่งเลยก็ว่าได้
หากขาดแรงจูงใจ เราคงอยากหนีไปทำอย่างอื่นที่ให้ความสุขกับเราได้มากกว่าแทน
........................................................................................................................

ไม่น่าเชื่อว่าแรงจูงใจที่ได้ผลดีที่สุดในการฝึกทักษะภาษาอังกฤษของป๊อป
คือความที่ต้องการจะฟังไอดอลของป๊อปคนนี้ ใน YouTube ให้รู้เรื่อง

เขาคือมาร์ติน แบรอน (Martin Baron) หรือมาร์ตี้ แบรอน (คนขวาของคลิป)
เขาคืออีกหนึ่งบุคคลระดับโลก ยอดมนุษย์แห่งวงการข่าว
และเป็นอีกหนึ่งยอดมนุษย์ในดวงใจป๊อปเลยล่ะค่ะ 


การเลือกมาร์ตี้ แบรอน ให้เป็นหนึ่งในไอดอลของป๊อปนี่เหมือนยิงนกนัดเดียวได้นก 3 ตัวเลยทีเดียวค่ะ 
คือ
1. ได้ทั้งแรงจูงใจให้อยากเก่งภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้ฟังคลิปสัมภาษณ์เขาใน Youtube ทั้งหมดให้รู้เรื่อง 

2. ได้ศึกษาเรื่องการทำข่าวอย่างไรให้โลกพัฒนา 
3. ได้เรียนรู้วิธีคิดของผู้นำระดับโลก โดยเฉพาะในวงการการเขียนและการทำข่าว 


ทุกวันนี้ป๊อปเรียกตัวเองว่า " I am Marty Baron " ทุกวัน
(เป็นเทคนิค Modelling ที่ป๊อปได้มาจากโค้ชวาส (Vasanth Gopalan) ในสัมมนา Finding Life Purpose & Passion ที่เขาสอนน่ะค่ะ
เทคนิคนี้ช่วยทำให้ป๊อปเป็นคนขยันขึ้นเยอะเลย เพราะอยากเป็นเหมือนมาร์ตี้ แบรอนเร็ว ๆ    )

ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง " Spotlight คนข่าวคลั่ง "
คงนึกออกนะคะ ว่าคุณมาร์ตี้ แบรอนคนนี้คือ บรรณาธิการบริหารคนใหม่ของหนังสือพิมพ์ Boston Globe (เมื่อ ก.ค. 2001 นะ
แต่ตอนนี้เขาย้ายไปอยู่ที่  Washington Post ตั้งแต่ ม.ค. 2013 แล้ว)

 images.jpg (81 KB)

นับตั้งแต่ป๊อปยกให้เขาเป็นไอดอลในดวงใจ  
ป๊อปก็พยายามหาอะไรเกี่ยวกับเขาที่เป็นภาษาไทยมาดู
แต่ก็ไม่มีเลย (ฮือ ๆ ทำมายยย!!!  )  ก็เลยได้แต่ดู DVD หนังเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมา

เขาเป็นคนเก่งมากเลยนะคะ ฉลาดมาก กล้าหาญมาก
เขาสามารถไปบริหารองค์กรใหม่ที่มีพนักงานเป็นร้อยคนและทำให้ทุกคนยอมรับได้ในเวลาไม่นาน

ชอบประโยคนึงในหนังที่เขาพูดว่า  " ขอผมพูดอะไรอย่างนะ  .. บางครั้งมันง่ายที่จะลืมว่าเราใช้เวลางมหาทางในความมืด 
จู่ ๆ พอไฟสว่างเราก็ต่างโยนความผิดกันไปมา..ผมพูดในสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ (ก่อนหน้าที่จะมาทำงานที่ Boston Globe) ไม่ได้
แต่พวกคุณทุกคนทำหน้าที่นักข่าวได้ยอดเยี่ยม 
รายงานสิ่งที่ผมเชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างฉับพลันและใหญ่หลวงต่อคนอ่าน

สำหรับผม นี่คือเหตุผลที่พวกเราทำงานนี้ "  
(ขอบอกเลยว่านี่พิมพ์จากความจำเลย ชอบประโยคนี้มาก จำแม่นมาก 
มาร์ตี้พูดเพื่อให้ทุกคนหยุดคิดหาคนผิดในเรื่องเก่าได้แล้ว มันเลยจุดนั้นมาแล้ว ไร้ประโยชน์ที่จะเสียเวลาแม้แต่จะโทษตัวเอง) 

สำหรับป๊อปแล้ว นี่ไม่ใช่ประโยคธรรมดา ๆ เลย
เขาคือตัวอย่างของยอดมนุษย์สำหรับป๊อปจริง ๆ  เขารักในการทำหนังสือพิมพ์มาก ๆ
ก่อนที่ป๊อปได้จะได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ป๊อปคิดไม่ถึงเลยค่ะ
ว่างานประจำอย่างบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์จะสามารถช่วยเหลือประเทศและโลกใบนี้ได้มากขนาดนี้

ใครที่ยังไม่เคยดู แนะนำให้ลองหาซื้อแผ่น (แท้) มาดูนะคะ
Spotlight เป็นภาพยนตร์ที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำอาชีพนักเขียนหรือนักข่าวเลยล่ะ!
ดูแล้วจะได้ไอเดีย ได้แง่ขึ้นมาก ๆ 
ป๊อปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ซ้ำบ่อยมากนับตั้งแต่ซื้อแผ่นมาจนถึงวันนี้ (16 มี.ค. 2017) คิดว่าเกือบ 100 รอบได้
ไม่ใช่ดูเพราะไม่รู้จักเอาเวลาไปทำอย่างอื่นนะคะ
แต่นอกจากที่ต้องการดูเพื่อฝึกทักษะการฟังภาษาอังกฤษแล้ว
ป๊อปต้องการดูเพื่อเก็บรายละเอียดเพื่อนำมาใช้ในการทำงานในงานปัจจุบัน รวมถึงงานในอนาคตที่อยากทำอีกด้วย
ป๊อปสังเกตกระทั่งสมุดจดโน๊ตที่แต่ละคนใช้  
สังเกตลำดับการพูด พิจารณาถึงขนาดที่ว่าตัวละครแต่ละตัวกำลังคิดอะไรอยู่ก่อนที่จะพูดแต่ละประโยคออกมา
(หรือแม้แต่กำลังมองอะไรสักอย่างเฉย ๆ ยังไม่ได้พูดอะไรเลยก็ตาม)
ซึ่งมันช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า ในการทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง เนี่ยมันเป็นยังไง!

กลับมาที่เร่ื่องคุณมาร์ตี้ แบรอน กันต่อ...
ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนที่ป๊อปอายุเท่าเขา ป๊อปจะเก่งได้แค่ไหนของเขา
(เฉพาะเรื่องที่อยากเก่งได้เหมือนนะ เพราะป๊อปคิดว่าป๊อปคงไม่ผันตัวเองไปทำด้านหนังสือพิมพ์เหมือนเขาหรอกมั๊ง)
แต่ป๊อปก็เชื่อว่าอย่างน้อย ๆ ที่สุด
ป๊อปจะเก่งภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้นมากเพราะเขาแน่ ๆ ล่ะ

ใครที่กำลังอยากหาแรงจูงใจในการฝึกภาษากันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่น ๆ ก็ตาม 
ป๊อปคิดว่า การมีไอดอลที่ทำงานในสายที่เราอยากเก่งที่เป็นเจ้าของภาษาที่เราอยากฝึกฝน 
สามารถเป็นแรงจูงใจได้เป็นอย่างดีเลยนะคะ 

สำหรับป๊อปแล้ว การที่ชีวิตนี้ป๊อปได้มารู้ว่ามาร์ตี้ แบรอน คือใคร ได้ประทับใจในตัวเขาและอยากเก่งเหมือนเขา
ถือเป็นโชคดีอย่างยิ่งสำหรับป๊อปจริง ๆ 
และป๊อปก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายในไม่เกิน 10 ปีนี้  
ป๊อปจะสามารถได้ทำให้เขา " จำหน้าและชื่อของป๊อปได้ "
ว่าป๊อปคือลูกศิษย์ที่แอบเลือกเขาเป็นอาจารย์มานานแล้ว    
และมายืนตรงหน้าเขาได้ก็เพราะมีเขาเป็นหนึ่งไอดอลมาโดยตลอด
.................................................................................................
ไอดอลของป๊อปยังมีอีกหลายคนเลยค่ะ แต่ละคนไม่ธรรดาเลย 
แล้วจะจัดเวลามาเขียนให้ได้อ่านกันใหม่นะคะ
เพราะไม่แน่ว่าผู้อ่านหลาย ๆ ท่านโดยเฉพาะที่อยากเป็นนักเขียนและเทรนเนอร์เหมือนกัน 
อาจจะได้รับแรงบันดาลใจของไอดอลของป๊อปมากกว่าที่ป๊อปได้รับจากไอดอลของป๊อปทั้งหลายอีกก็เป็นได้ค่ะ ไม่แน่ ๆ 



เปิดอ่านแล้ว : 132

<< Back