เรื่องดีๆ ที่อยากแบ่งบัน
 
มามี Role Model เป็นของตัวเองกันดีกว่า

เพราะการมี Role Model หรือบุคคลต้นแบบนั้น
สามารถ " ช่วยชีวิต " เราให้ไกลจากความห่วยแตกไร้สาระได้อย่างเหลือเชื่อ
ผู้คนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงทุกคนต่างก็มี Role Model กันทั้งนั้น
เราไม่ได้มี Role Model เพื่อให้เราเสียความเป็นตัวของตัวเอง
แต่เพื่อที่เราได้ใช้ศักยภาพความเป็นมนุษย์ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองต่างหาก

Role Model จะมีสักกี่คนก็ได้
บางคนเราอาจอยากเหมือนเขาแค่อย่างเดียว
บางคนเราอาจจะอยากเหมือนเขา 5 อย่าง
อย่างป๊อปเองก็มี Role Model หลายคนค่ะ
สำหรับใครที่ยังมองไม่เห็นประโยชน์ของการมี Role Model เท่าไหร่
ป๊อปขออนุญาตเล่าอะไรให้ฟังสักหน่อยนะคะ
น่าจะช่วยให้คุณเห็นถึง " ความจำเป็น " ของการมี Role Model ได้ง่ายขึ้นค่ะ
โดยป๊อปจะขอยกตัวอย่าง Role Model ของป๊อปมาสัก 2 คนนะคะ
ความที่ป๊อปอยากเก่งเรื่อง " การช่วยคนด้วยการเขียนและการพูด "
จึงทำให้หลังจากที่ป๊อปได้เห็นบุคคล 2 ท่านในภาพนี้
 Capture.PNG (462 KB)
(คนซ้ายป๊อปรู้จักเขา เขาไม่รู้จักป๊อป คนขวารู้จักกันแล้ว    )
ป๊อปประทับใจใน " ผลลัพธ์ " ที่เขามอบให้กับเพื่อนมนุษย์และผืนโลกใบนี้มาก ๆ
และป๊อปอยากเก่งเหมือนเขาแทบจะทุกอย่างเลย

ขอเริ่มจากคนซ้ายนะคะ เขาชื่อ Martin Baron หรือ Marty
มาร์ตี้คือบรรณาธิการบริหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ป๊อปเคยรู้จักมา
เขาเชี่ยวชาญเรื่องเขียนมากกกกกกก
เขาเคยเป็นบรรณาธิการบริหารของนิตยสาร TIME , หนังสือพิมพ์ The Boston Globe
และปัจจุบันเขาเป็นบรรณาธิการบริหารให้กับหนังสือพิมพ์ Washington Post
ใครที่เคยดูหนังเรื่อง " Spotlight คนข่าวคลั่ง " จะรู้จักเขาแน่นอนค่ะ

หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของการทำข่าวบาทหลวงในเมืองบอสตัน
จำนวนกว่า 90 คนที่ทารุณทางเพศเด็ก
เป็นการทำข่าวที่ได้รางวัลพูลิตเซอร์เลยล่ะ! (รางวัลพูลิตเซอร์เป็นรางวัลระดับโลกชนิดหนึ่ง)
สำหรับป๊อปแล้ว เขาคือคนช่วยคนด้วย " งานเขียน " ได้อย่างสุดยอดที่สุดในโลกจริง ๆ

และคนขวาคือ Vasanth Gopalan หรือที่ใคร ๆ เรียกกันว่าโค้ชวาส
เขาคือโค้ชและเทรนเนอร์ระดับโลก
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสื่อประสาท (Neuro-Linguistic Programming หรือเรียกย่อ ๆ ว่า NLP)

สำหรับป๊อปแล้ว ป๊อปว่าเขาคือหนึ่งในมนุษย์ในยุคปัจจุบัน
ที่สามารถช่วยเหลือผู้คนด้วยการพูดและการโค้ชชิ่งได้อย่างสุดยอดมาก ๆ
ที่อยากเป็นเหมือนเขามาก ๆ
เพราะเขาเก่งมากเรื่อง NLP ซึ่งเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่ป๊อปให้ความสนใจรองจากพุทธศาสนาเลยทีเดียว!

การมีพวกเขาเป็น Role Medel ทำให้ป๊อปประหยัดเวลาในการลองผิดลองถูกในชีวิตได้มาก
เขาทำในสิ่งที่ป๊อปอยากเก่งอยู่แล้วก่อนที่จะเห็นว่าเขาทำอะไรอย่างไรเพื่อโลกใบนี้บ้างและได้มากขนาดไหน
พอได้มาเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เขาทำ เราก็สามารถนำมาปรับใช้กับการพัฒนาทักษะในการทำสิ่งที่เรารักของเราต่อเลย
แถมยังพบไอเดียใหม่ ๆ ในการ " ขยายผลลัพธ์ " ของสิ่งที่เราอยากทำอยู้แล้วได้อีกต่างหาก

และนับตั้งแต่ป๊อป " ชัดเจน " มากขึ้นว่าป๊อปอยากเป็นเหมือนมาร์ตี้และโค้ชวาสในเรื่องไหนบ้าง
ป๊อปก็รู้ชัดมากขึ้นว่าป๊อปจะต้องทำอะไรและไม่ทำอะไร
เพื่อให้ป๊อปเก่งได้เท่ากับเขาทั้ง 2 คนได้ (อย่างช้าก็วันที่ป๊อปอายุ 60 กว่า ๆ เท่าเขาทั้งสอง)

ป๊อป..ผู้ซึ่งเคยเป็นคนขี้เกียจสุด ๆ กลายเป็นคนขยัน ประหยัด มีวินัยมากขึ้น
ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น
แม้แต่เวลาจะดูคลิปต่าง ๆ ใน Youtube ป๊อปยังมีวิธีในการดูอย่างได้กำไรในชีวิตได้อีกด้วย
(หมายถึงป๊อปรู้จักสังเกตในสิ่งที่จะสามารถนำมาพัฒนาผลงานของตัวเองได้อีกน่ะค่ะ)

และนี่ก็คือประโยชน์ที่ป๊อปได้รับนับจากที่ป๊อปมี Role Medel ของตัวเองค่ะ
ก็หวังว่าทุกสิ่งที่แบ่งปันในวันนี้
จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ

มาใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพความเป็นมนุษย์กันนะคะ

ด้วยรัก...เหมือนเดิมค่ะ
ป๊อป ธิลักษ์ PopTiluck.com



เปิดอ่านแล้ว : 90

<< Back