เรียนรู้จากหนัง
 
13 Hours: The Secret Soldiers of Benghazi

ต้องขออภัยที่บทความนี้ยาวไปหน่อย แต่ก็ต้องขอบอกว่าป๊อปย่อให้สั้นกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆค่ะ

คือมันดีงามมาก

เชื่อไหม ในรอบ 1 เดือนที่ป๊อปซื้อ DVD ภาพยนตร์เรื่องนี้มาดู

ป๊อปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 30 รอบ

แล้วก็สั่งซื้อหนังสือ “13 ชั่วโมง ทหารลับแห่งเบนกาซี มาละเลียดอ่านอย่างละเอียดทุกบรรทัด

ใช้เวลาอ่านเบ็ดเสร็จแล้ว 5 วัน 

ถือเป็นหนังสือเล่มแรกที่เหมือนมีมนต์สะกดให้ป๊อปแทบวิ่งออกไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาให้เร็วที่สุด

นับตั้งแต่รู้ว่าจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้มีที่มาจากหนังสือเล่มนี้นี่เอง

หลังจากได้รับหนังสือมา ป๊อปก็เอาแต่อ่านจนไม่อยากหลับอยากนอน

ตื่นมาก็เปิดไฟอ่านเป็นอย่างแรก ใน 2 วันสุดท้ายที่อ่านหนังสือเล่มนี้

บอกเลยว่า ถ้าไม่กินข้าว ไม่อาบน้ำ ป๊อปก็เอาแต่อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างเดียวเลย

  9786167691251.jpg (73 KB)

ต้องบอกเลยว่า ไมเคิล เบย์ กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาได้ใกล้เคียงความจริงมาก

ในส่วนที่ไม่ตรงกับความจริงก็มีแค่บางประโยคที่เป็นของนายทหารอีกคน

แต่ในภาพยนตร์กลับเป็นนายทหารอีกคนเป็นคนพูด

หรือผู้ที่เป็นล่าม ที่ในความเป็นจริงแล้ว เขามีอายุราว 60 ปี

แต่ในภาพยนตร์ เหมือนเขาจะอายุราว 30 ปีเท่านั้น เป็นต้น

แต่จากที่อ่านหนังสือดูแล้ว ประกอบกับหาดูคลิปวิดิโอที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงในสมรภูมินี้

ก็ถือว่าไมเคิล เบย์ ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์จริงผิดเพี้ยนไป

ดูจะน้อยไปด้วยซ้ำหากเทียบกับความคับแค้นใจของนายทหารที่รอดชีวิตบนโอกาสรอดชีวิตมีเพียง 1 ใน 1,000

ซึ่งแน่นอนพวกเขาไม่ได้รอดชีวิตครบทุกคน

คิดว่าคนที่จะอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ หากไม่ใช่คนอเมริกัน

ก็น่าจะเป็นคนชาติอื่นที่ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนแล้วอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับสงครามนี้เหมือนกันกับป๊อป

จนเมื่ออ่านจบแล้ว และรีบดูภาพยนตร์เรื่องนี้ซ้ำอีก 2 รอบ ก็รู้สึกเลยว่า

ไมเคิล เบย์ ก็บีบทุกอย่างให้ครบรสให้มากที่สุดเท่าที่ภาพยนตร์ความยาวเกือบ 2 ชั่วโมงจะถ่ายทอดออกมาได้

ที่ประทับใจมากคือ ไมเคิล เบย์ พยายามทำให้ทุกอย่างตรงกับเรื่องจริงที่สุดแม้แต่สีเสื้อของแต่ละคน

ความรู้สึกแรกๆหลังจากที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้  มันแอบอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ขึ้นมาเสียจริงๆ

แต่พอได้ชมเบื้องหลังการถ่ายทำ อื้มหืม.... รู้เลยว่า

ถ้าไม่รักจะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ในระดับเดียวกับไมเคิล เบย์จริงๆล่ะก็  ไม่มีทางทำได้แน่ๆ

แค่เรื่องจินตนาการให้เห็นภาพให้ได้ว่าต้องมีอะไรอยู่ในฉากบ้าง ก็ยากกกกกกกกกกมากๆแล้ว

แต่การต้องรับมือกับความกดดันมากมายที่ถาโถมเข้ามา

ตั้งแต่วันที่คิดอยากจะทำ จนถึงหลังภาพยนตร์เข้าฉายพักใหญ่

มันหนักไม่น้อยเลยที่คนๆหนึ่งจะต้องแบกรับเอาไว้ให้ได้

 

ป๊อปได้เรียนรู้อะไรมากมายจริงๆจากภาพยนตร์เรื่องนี้ รวมถึงจากเบื้องหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

โดยในการถ่ายทอดสิ่งที่ป๊อปได้เรียนรู้จากภาพยนตร์เรื่องนี้

ป๊อปขอแยกออกเป็น 4 ฝ่ายใหญ่ๆดังนี้นะคะ

จากผู้กำกับ : เขาเป็นตัวอย่างของความทุ่มเท ภาวะผู้นำ ความหนักแน่น สายตาที่เฉียบคม

การจินตนาการสุดล้ำ การวิเคราะห์ในทุกๆด้านของการผลิตภาพยนตร์

การอยากเลียนแบบความสามารถของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ทำให้ป๊อปลองฝึกที่จะมองให้เห็นสิ่งที่สามารถพัฒนาปรับแต่งได้อีกในหลายสิ่งหลายอย่างที่ป๊อปทำ

ให้ได้เหมือนอย่างที่เขามองเห็นสิ่งที่สามารถพัฒนาปรับแต่งได้อีกในการผลิตผลงานของเขา

เช่น การหาวิธีทำให้ผู้เสพผลงานของเราเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการให้เขาเข้าใจให้ได้มากที่สุด

ภายในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

และจะยิ่งดีใหญ่ หากเราทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ด้วยว่า เขามีศักยภาพมากกว่าที่เขาคิดว่าเขามีอยู่เสียอีก

และจะยิ่งดีกว่านั้นอีก หากผลงานของเราสามารถเปลี่ยนแปลงของใครให้ดีขึ้นได้อย่างถาวร

 

จากผู้เขียนหนังสือ : เรื่องราวของวีรบุรุษชาวอเมริกันหลายคนในเบนกาซีในตลอดช่วงเวลาแห่งปัญหาเหล่านั้น

คงสูญหายไปอย่างรวดเร็วตามกาลเวลาจนน่าเสียดาย

หากไม่ได้ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ที่ตัดสินใจจะเขียนขึ้นและเขียนมันจนจบ

จนออกมาเป็นผลงานหนังสือ จนไปเข้าตาไมเคิล เบย์ผู้กำกับ จนเขาทำมันออกมาเป็นภาพยนตร์ออกฉายทั่วโลก

ในฐานะนักเขียนรุ่นน้อง (แต่ฝีมือเขียนตอนนี้ยังรุ่นหลาน) อย่างป๊อป อ่านดูก็รู้ว่างานเขียนเล่มนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาง่ายๆ

เพราะกว่าจะสัมภาษณ์ทุกคนที่เกี่ยวข้องได้ครบ กว่าจะเรียงลำดับเนื้อหาเสร็จ

กว่าจะเขียนและเรียบเรียงซ้ำอีก (กี่รอบก็ไม่รู้) จนเสร็จ มันใช้เวลาไม่น้อยและไม่ง่ายเลย

นี่ยังไม่นับอุปสรรคบางอย่างในระหว่างทำงานที่อาจจะมี

ซึ่งพิจารณาจากวันที่วางจำหน่ายแล้ว ถือว่าทั้งคนเขียน ทั้งผู้ให้ความร่วมมือทุกคน

แน่วแน่กันอย่างมากที่จะออกหนังสือเล่มนี้ออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

จนกระทั่งวันนี้ที่ผลงานหนังสือเล่มนี้ได้เปิดเผยความจริง (ที่มันเคยถูกบิดเบือน)

ทำให้ผู้ที่ได้อ่านได้ตาสว่างและได้รับแรงบันดาลใจมากมายจากหนังสือเล่มนี้

มันเตือนสติให้นักเขียนอย่างป๊อปในยามที่ขี้เกียจเขียนให้กลายเป็นขยันขึ้นมาได้อย่างมากทีเดียวค่ะ

 

จากผู้แปลหนังสือ : ป๊อปผู้ซึ่งอ่านภาษาอังกฤษแทบไม่รู้เรื่อง ถึงสะกดได้แต่ส่วนใหญ่ก็ยังแปลไม่ออก :P

ป่านนี้ก็คงยังไม่มีโอกาสได้รู้ในหลายๆเรื่องที่ป๊อปอยากรู้เกี่ยวกับสงครามนี้

ต้องขอขอบคุณผู้แปลจริงๆค่ะ

ตอนนี้ป๊อปก็กำลังทำบรรณาธิการหนังสือแปลอยู่พอดี

ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ป๊อปท้อบ่อยๆกับความยากในการทำบรรณาธิการหนังสือแปล

แต่ผลข้างเคียงของการอ่านหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยให้ป๊อปมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมา

จากที่เคยคิดว่า จะมีคนอ่านหนังสือแปลที่เรากำลังทำเยอะไหมน๊าาาา?

แล้วเขาจะเข้าถึงศักยภาพของเขาเองได้เร็วขึ้นจากหนังสือเล่มที่เรากำลังทำอยู่นี้ไหมน๊าาาา?

เดี๋ยวนี้ป๊อปคิดใหม่ว่า ไม่แน่นะ อาจมีคนอ่านเยอะเลยก็ได้ที่เขาได้รับแรงบันดาลใจมากมายจากหนังสือที่เราทำ

เหมือนที่เราได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากมายจากการได้อ่านหนังสือแปลเล่มนี้ :)

ฉะนั้น เราต้องรีบทำให้เสร็จเร็วๆ ผลงานของเราจะสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยที่ได้อ่านได้เร็วขึ้น

และไม่แน่มันอาจจะสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยได้มากกว่าที่เราคิดก็เป็นได้นะ :)

 

จากบุคคลที่อยู่ในหนังสือทั้งหลาย : ท่านทูตทำให้ป๊อปได้เรียนรู้ว่าการจะทำอะไรเพื่อโลก

ถ้าเราคิดจะทำ เราก็จะทำมันจนได้ และต้องคิดใหญ่ ต้องกล้าหาญ ต้องมีใจเสียสละอย่างมากถึงจะทำได้

เพราะถ้าหากเราดูถูกตัวเองว่าคงทำไม่ได้ เราก็ทำไม่ได้จริงๆ

หรือถ้าหากเราคิดว่าเราไม่อยากทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราทำอยู่ เราก็ไม่ทำ

ซ้ำร้ายกว่านั้น ด้วยความไม่ตั้งใจจะเป็นตัวปัญหาของโลกแต่เราอาจเป็นไปแล้วเพราะมัวแต่ดูถูกตัวเองอยู่นี่แหละ

 

และในการยอมสละชีพเพื่อชาติของเหล่าทหารหาญชาวอเมริกันทั้งหลายที่ป๊อปได้รู้จักการภาพยนตร์เรื่องนี้

ทำให้ป๊อปคิดถึงเหล่าทหารหาญชาวไทยทุกคนทั้งที่เสียชีวิตเพื่อชาติไปแล้วและที่ยังรับใช้ชาติอยู่

รวมถึงผู้ที่ทำหน้าที่ทหารชาติอื่นๆที่ปกป้องประเทศจากการรุนรานของข้าศึก

ป๊อปสำนึกในบุญคุณพวกเขามาก แน่นอนว่าโดยเฉพาะต่อทหารไทย

รู้สึกรักทหารไทยมากๆเลย อยากทำอะไรเพื่อพวกเขามากกว่านี้

ทุกวันนี้คิดออกไม่กี่อย่าง อันไหนคิดได้ทันทีก็ทำทันทีนะ

แต่ตั้งใจว่าจะมองหาวิธีการที่จะได้ทำอะไรเพื่อตอบแทนบุญคุณพวกเขาให้ได้มากกว่านี้เสมอไป

(เท่าที่คนอย่างป๊อปจะทำได้) นะคะ :)

 

นึกถึงเหล่าทหารทั้ง 6 นายในฐานลับ CIA ของเบนกาซีในช่วงเวลาหลายต่อหลายเดือนก่อนเกิดสงคราม

ป๊อปเห็นใจพวกเขาจริงๆที่ต้องอดทนกับคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดกว่าพวกเขา ที่ดูถูกพวกเขา

การคิดว่าตัวเองฉลาดเสียเหลือเกินจนไม่ฟังพวกเขาเลย

ทำให้หลายคนต้องตายและหลายคนเกือบตายในสงครามครั้งนั้น

ป๊อปมาลองคิดดู ชาวอเมริกันทั้ง 4 คนที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้

รวมถึงที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะต้องบังกระสุนแทนคนที่ดูถูกดูแคลนพวกเขาด้วยซ้ำ

ถ้าเขาไม่รักชาติ รักโลกใบนี้ และมีหัวใจที่เสียสละมากถึงขนาดนี้ เขาคงไม่อดทนถึงขนาดนั้น

สารภาพเลยค่ะถ้าป๊อปเป็นเขา ป๊อปลาออกไปแล้ว

และสำหรับความรักที่มีให้ลูกๆของทหารทุกคนที่นั่น

ที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจรับงานที่เสี่ยงชีวิตสุดๆในประเทศที่ได้ชื่อว่ามีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกอย่างเบนกาซี  

เพราะอยากมีเงินมากพอที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับลูก อยากเลี้ยงลูกให้ดี

แค่นั้นมันก็มากพอให้ป๊อปยกย่องเขาได้แล้ว แต่ที่รู้สึกแทบอยากจะกราบเลยคือ

ทั้งๆที่เขารู้ว่าการออกจากฐานเพื่อไปช่วยคนอเมริกันด้วยกันที่ติดอยู่ในที่พักทูตพิเศษที่ตลอดทั้งเส้นทาง

มีแต่กระสุนปลิวว่อนจากข้าศึกที่เยอะจนแทบนับจำนวนไม่ถูก

หาที่หลบยากอย่างกับอะไรในระหว่างที่ต้องค่อยๆรุกคืบไปกว่าจะถึงที่ตั้ง

ขนาดรู้ทั้งรู้ว่าถ้าไปช่วยอาจไม่ได้กลับไปหาลูกเมีย แต่เขาก็ยังตัดสินใจออกไปช่วย

คุณค่าความเป็นคนของเขา ป๊อปบอกตรงๆว่าป๊อปมีไม่เท่าเขาเลย

แม้จริงอยู่ที่การสู้รบนั้น จำเป็นต้องฆ่าแกงข้าศึกไปหลายคน

ก็ใช่เขาฆ่าคน แต่มันง่ายเหรอ ที่จะยอมไม่ทำอย่างนั้นเพื่อปกป้องชีวิตพี่น้องร่วมชาติที่อาจต้องตายหากว่าไม่มีใครไปช่วย

ทั้งที่เขารู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้และเขายังอาจต้องตายด้วย

แต่ถึงเสี่ยงขนาดนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้เขากระทำการใดที่ดูเป็นการแล้งน้ำใจต่อคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาได้เลย

 

ป๊อปหวังว่าข้อคิดหนึ่งที่หลายคนที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้วหรือกำลังจะไปหาดู

จะได้รับเหมือนๆกันคือ บางครั้งการประเมินของเราอาจจะผิดก็ได้

ไม่ว่าจะเป็นการประเมินสถานการณ์ การประเมินผู้อื่นหรือแม้แต่ประเมินตนเอง

ลองคิดดูว่า ขนาดคนที่มีปัญญาเป็นเจ้าหน้าที่ CIA ระดับหัวหน้าได้

ยังคิดผิดมาแล้วจนทำให้หลายคนต้องตายอย่างไม่น่าต้องตายในสงครามเบนกาซี

แล้วเราล่ะ? เรามีเรื่องให้ตัดสินใจแทบจะตลอดเวลา

และทุกการตัดสินใจก็มีผลกับหลายๆอย่างรอบตัวเรา โดยเฉพาะต่อตัวเราเอง

แต่ละครั้งที่คิดว่าตัวเองถูก คนอื่นผิด  ในความเป็นจริงมันอาจเป็นไปในทางตรงกันข้ามเลยก็เป็นได้

แม้บางอย่างดีต่อเรา (หรือเปล่าก็ไม่รู้) แต่ว่ามันไร้ซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคม เรายังจะทำมันอยู่อีกหรือ?

ถ้าถามป๊อปว่าแล้วจะเอาอะไรมาวัด

โอ่ย! เยอะแยะค่ะ ศีลธรรม มนุษยธรรม จรรยาบรรณของอาชีพ จิตสำนึกความเป็นคน ฯลฯ

อยากหยิบอันไหนหรือทั้งหมดมาใช้วัด ก็ตามสะดวก

แม้การตัดสินใจผิดพลาดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจเกิดขึ้นได้

แต่อย่าต้องให้มันเกิดเพราะเรามักง่ายหรือความเห็นแก่ตัว (ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว) เลยดีกว่าจริงไหมคะ? :)

หากเรากล้าหาญที่จะทบทวนตัวเองอย่างตรงไปตรงมาทุกๆวันว่าสิ่งที่เราคิด พูดและทำนั้นเป็นอย่างไร

มันแน่นอนอยู่แล้วว่ามันย่อมช่วยระงับหลายๆความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นได้

และยังช่วยให้เราพัฒนาความคิด คำพูด และการกระทำของเราให้ดียิ่งๆขึ้นได้อีกด้วย

 

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในสงครามเบนกาซี  มันไม่ใช่เพราะแค่ผู้ใหญ่คนเดียวที่ทำให้มันป่นปี้ได้ถึงขนาดนั้น

แต่มันเกิดจากผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนเหลือเกิน

ที่ดูๆไปแล้วก็ไม่ใช่คนโง่เลย แต่ก็ตัดสินใจผิดพลาดจนคนเกือบทั้งโลก(ที่รู้)รุมประณาม

จริงอยู่ พวกเขาถูกรุมประณามเพราะพวกเขามีชื่อเสียง (แม้บางคนเพิ่งจะมีชื่อเสียงหลังจากสงครามนี้เป็นข่าวดัง)

ส่วนเราๆส่วนใหญ่ยังไม่ดังขนาดนั้น แต่เขาก็เป็นตัวอย่างให้เราเห็นแล้วจริงไหมคะ

ว่าการมีสติปัญญาไม่สมอายุ ไม่สมต่อบทบาทหน้าที่ของตัวเอง มันสร้างปัญหาให้กับตัวเขาเองและผู้อื่นได้มากขนาดไหน

 

แต่ไม่ว่าทุกปัญหาที่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ทั้งของเราทั้งของผู้อื่น

จะเกิดเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือความประมาทก็ตาม

แต่ป๊อปเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่เราทุกคนจะเริ่มได้วันนี้คือเป็นคนหนึ่งที่เลือกที่เป็นผู้ที่จะลดปัญหาหรือไม่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

เราอาจไม่ได้ไปร่วมรบกับใครในสงคราม  แต่หัวใจแบบทหารเรามีได้

หัวใจแบบทหารสำหรับป๊อปแล้ว

คือการสำนึกได้ว่าการกระทำของเราแม้เพียงเล็กน้อยก็มีส่วนสำคัญต่อประเทศ และต่อโลกที่เราอยู่

 

สุดท้ายนี้ ป๊อปหวังว่าสิ่งที่ป๊อปเขียนมานี้ทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ

มาเป็นกำลังใจให้กันและกันในการร่วมทำโลกใบนี้ให้น่าอยู่ได้อีก เพื่อตัวเราและลูกหลานเรากันนะคะ

 

ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวกับทั้งในภาพยนตร์และหนังสือ “13 ชั่วโมง ทหารลับแห่งเบนกาซี อีกครั้ง

ที่ทำให้ป๊อปคิดอะไรได้เยอะ และทำให้ป๊อปกลั่นกรองออกมาเป็นบทความได้ยาวเหยือดขนาดนี้นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ :)



เปิดอ่านแล้ว : 510

<< Back